วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
บ้านป่าปงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
บ้านป่าบงเปียง หมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งแฝงไปด้วยเสน่ห์ ณ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
บ้านป่าบงเปียง เป็นหนึ่งที่เที่ยวหน้าหนาว ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและบรรดาช่างภาพที่ชอบเก็บภาพความอุดมสมบูรณ์ของภูเขาและป่าไม้ ซึ่งที่หมู่บ้านนี้รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันได ต้นข้าวโพด สีเขียวผสานกับสีขาวขุ่นของหมอกยามเช้า เคล้าวัฒนธรรมแห่งวิถีชาวปกากะญอ มนต์เสน่ห์ในความเรียบง่ายแห่งทัศนียภาพ บ้านป่าบงเปียง
ในช่วงต้นเดือนตุลาคม นาข้าวที่ บ้านป่าบงเปียง จะยังเป็นสีเขียว แต่เมื่อพ้นกลางเดือนไป นาข้าวจะให้สีทองงดงาม และถือว่าเป็นทุ่งนาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย หลังจากนั้นจะเป็นฤดูเก็บเกี่ยวซึ่งอาจจะไม่ได้เห็นภาพนี้ แต่รับรองว่าอากาศดี ได้ความรู้สึกไปอีกแบบ
ในช่วงต้นเดือนตุลาคม นาข้าวที่ บ้านป่าบงเปียง จะยังเป็นสีเขียว แต่เมื่อพ้นกลางเดือนไป นาข้าวจะให้สีทองงดงาม และถือว่าเป็นทุ่งนาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย หลังจากนั้นจะเป็นฤดูเก็บเกี่ยวซึ่งอาจจะไม่ได้เห็นภาพนี้ แต่รับรองว่าอากาศดี ได้ความรู้สึกไปอีกแบบ
การเดินทาง ขึ้นบ้านป่าบงเปียง ต้องใช้รถ 4wd เท่านั้น หรือนำรถไปจอดที่ น้ำตกห้วยทรายเหลือง และเดินเท้าต่อไปอีก 2 กิโลเมตร จะถึงทุ่งนาขั้นบันได หรือเลือกใช้บริการรถปิ๊กอัพของชาวบ้าน
สอบถามข้อมูลการเดินทางและที่พัก บ้านป่าบงเปียง ได้ที่
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 119 หมู่ 7 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง เชียงใหม่ 50160 โทรศัพท์ : 053-286728, 053-286729 หรือ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติอินทนนท์ น้ำตกแม่ปาน (แม่แจ่ม)
เกาะสมุย สวรรค์กลางอ่าวไทย
เกาะสมุย
เกาะสมุย
เกาะสมุย สวรรค์กลางอ่าวไทย (คู่หูเดินทาง)
อากาศร้อน ๆ อย่างนี้จะไปเที่ยวหลบร้อนที่ไหนกันดีเอ่ย? "ทะเล" คงเป็นคำตอบสำหรับหลาย ๆ คนที่อยากจะไปพักผ่อนหลบร้อนกัน เราเลยขอพาคุณไปเที่ยวทะเลที่ฮอตและฮิตที่สุดของทั้งชาวไทยและชาว ต่างชาติที่ "เกาะสมุย" สวรรค์กลางอ่าวไทย
เกาะสมุย เป็นเกาะที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวไทยห่างจากสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันออก 84 กิโลเมตร พื้นที่ 1 ใน 3 ของเกาะเป็นที่ราบรอบล้อมไปด้วยภูเขา ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงคลื่นลมสงบจึงเหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุด
เกาะสมุย
เกาะสมุย
เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ก็ต่างขนานนามให้เกาะสมุยว่าเป็น "สวรรค์กลางอ่าวไทย" เนื่องจากเกาะสมุยมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น สวยงาม มีเสน่ห์แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อาทิเช่น น้ำทะเลใสบริสุทธิ์ หาดทรายขาวทอดขนานไปกับทิวต้นมะพร้าวริมชายหาด และนอกจากธรรมชาติชายทะเลแล้ว ยังมีน้ำตกที่มีน้ำใสเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีแหล่งท่องเที่ยวที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวท้องถิ่น เช่น วัดสำเร็จ วัดละไม วัดพระใหญ่ เจดีย์แหลมสอ ฯลฯ
ในท้องทะเลรอบเกาะสมุยยังมีแนวปะการังอยู่ทั่วไป มีแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่มีชื่อเสียงของ หมู่เกาะสมุย ไม่เพียงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเท่านั้น เกาะสมุย ยังพร้อมไปด้วยโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท สนามกอล์ฟ สปา ร้านอาหาร สถานบันเทิง บริการนำเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เคยมาเยือน เกาะสมุย แล้ว ต้องหวนกลับมาอีกครั้ง
เกาะสมุย
เกาะสมุย
เกาะสมุย
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
หาดเฉวง เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดและยาวที่สุดของเกาะ มีความยาวถึง 7 กิโลเมตร อยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะสมุย หาดเฉวงเป็นหาดโค้งยาว มีน้ำทะเลใส หาดทรายขาวสวย ตลอดแนวหาดจึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มานอนอาบแดด เล่นน้ำ เล่นเจ็ตสกี และทำกิจกรรมอื่น ๆ มากมาย หาดเฉวง แบ่งออกเป็นสี่ช่วงคือ หาดเฉวงเหนือ หาดเฉวงกลาง หาดเฉวงใต้ และหาดเฉวงน้อย บริเวณหาดเฉวงเหนือและหาดเฉวงกลางมีบรรยากาศที่คึกคัก มีโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าเครื่องประดับและอื่น ๆ มากมาย
เกาะสมุย
หาดละไม อยู่ถัดมาจากหาดเฉวงเป็นหาดที่มีชื่อเสียงอีกหาดหนึ่ง ด้วยความโค้งของอ่าวที่สวยงามและทิวต้นมะพร้าวที่ปลูกเป็นแนว บริเวณชายหาดเป็นทั้งหาดทรายและหาดหิน บางช่วงของหาดมีระดับน้ำลึกและมีคลื่นแรง กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบคือการเล่นน้ำทะเลและเล่นกีฬาทางน้ำ ทั้งเรือใบ เจ็ตสกี ส่วนทางตอนใต้ของหาดละไมมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวนิยม ไปคือ หินตา หินยาย และศูนย์วัฒนธรรมวัดละไม
เกาะสมุย
เกาะสมุย
เกาะสมุย
หินตาหินยาย ตั้งอยู่บริเวณอ่าวละไม เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของหินแกรนิตที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล จนเกิดเป็นโขดหินรูปร่างประหลาดมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศของชายและหญิง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะสมุยจะต้องแวะเวียนเข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของเกาะสมุยเลยก็ว่าได้ ใกล้ ๆ กันมีจุดชมวิวจากมุมสูงค่าบริการคนละ 10 บาท ตลอดแนวทางเดินไปชมหินตาหินยาย จะมีร้านขายของฝากและของที่ระลึกเรียงราย อาทิ ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว น้ำมันมะพร้าว แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดเห็นจะเป็น "กาละแม" ที่หวาน มัน หอม กลมกล่อม ราคาไม่แพง
เกาะสมุย
เกาะสมุย
วัดพระใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อผุดซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธโคดม" พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 5 วา 9 นิ้ว สูง 12 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 เป็นที่เคารพสักการะของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วไป เมื่อขึ้นไปกราบนมัสการองค์พระแล้ว ยังสามารถมองเห็นวิวเกาะพงันและทัศนียภาพของหาดต่าง ๆ ได้อย่างจัดเจน
เกาะสมุย
เกาะสมุย
เกาะสมุย
เจดีย์ศรีสุคตคีรี เขาหัวจุก เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าและรอยพระพุทธบาทจำลอง เพื่อเป็นที่เคารพสักการบูชาของบรรดาพุทธศาสนิกชนในท้องถิ่นและผู้ที่เดิน ทางมายังเกาะสมุย บริเวณโดยรอบองค์เจดีย์ยังสามารถชมทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามของเกาะ สมุยได้ทั้ง 360 องศา ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมาก
เกาะสมุย
เกาะสมุย
จุดชมวิวลาดเกาะ เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนเชิงเขา สามารถมองออกไปเห็นน้ำทะเลสีฟ้าครามสุดลูกหูลูกตา และวิวทิวทัศน์ของภูเขาน้อยใหญ่ของเกาะสมุย จากจุดนี้ยังสามารถมองเห็นอ่าวเฉวงได้อีกด้วย
เกาะสมุย
เกาะสมุย
Tips การเดินทาง
+ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส.
- สถานีสายใต้ใหม่ มีบริการเดินรถไปยังเกาะสมุยทุกวัน สอบถามโทร.0-2894-6122
- สถานีหมอชิต 2 เปิดบริการเดินรถเส้นทาง หมอชิต 2 - เกาะสมุย (ไม่รวมค่าเรือ) ออกเดินทางจากหมอชิต 2 – เกาะสมุย รอบเวลา 07.15, 19.15 น. และจากสถานีเกาะสมุย – หมอชิต 2 รอบเวลา 07.30, 16.00 น. ทุกวัน สอบถามเพิ่มเติม โทร.0-2537-0291 (หมอชิต 2) และโทร.0-7742-1125 (เกาะสมุย) หรือ บขส. Call Center โทร.1490 www.transport.co.th
+ การเดินทางท่องเที่ยวภายในเกาะสมุย
นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถสองแถวที่วิ่งรอบหาดไปยังหาดต่างๆ ราคาประมาณ 30-60 บาท หรือเช่ารถจักรยานยนต์ขับเที่ยวซึ่งจะสะดวกกว่า เพราะสามารถลัดเลาะไปเที่ยวตามชายหาดต่างๆ ได้ ค่าเช่าวันละ 200-250 บาท ส่วนทางด้านรถยนต์ก็มีให้เช่าขับเที่ยวรอบเกาะได้ ราคาก็ขึ้นอยู่กับรถและจำนวนวันที่เช่า สอบถามรถเช่าติดต่อคุณวิทย์ โทร.08-1536-6856
ที่มา http://travel.kapook.com/view14939.html
ตลุย!บ้านต้นไม้ที่ ป่าแห่งเวทมนตร์เรเวลสโตค
ใครว่าบ้านต้นไม้สวยๆนั้นมีแต่ในนิยายหรือการ์ตูนเท่านั้น ถ้ายังไม่เชื่อขอแนะนำให้คุณไปเยือน "ดิ เอ็นชานท์ ฟอร์เรส" (The Enchanted Forest) หรือที่เรารู้จักกันในนาม "ป่าแห่งเวทมนตร์" หรือ "หรือป่าแห่งความลุ่มหลง"เป็นป่าในตำนานที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่แห่งเวทมนตร์และอันตรายทั้งปวง (ถ้ากล่าวตามตำนานฝรั่งนะ!) โดยป่าแห่งนี้เป็นป่าโบราณในเขตเทือกเขาแคนาดาโมนาซี (Canada's Monashee Mountains) ใกล้ๆกับเมืองเรเวลสโตค (Revelstoke) รัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia) รัฐหนึ่งของประเทศแคนาดา (Canada) นั่นเอง
ดิ เอ็นชานท์ ฟอร์เรส ถือกำเนิดขึ้นจากดอริส นีดแฮม (Doris Needham) และสามีชื่อเออร์เนส ( Ernest) โดยเธอศิลปินชาวเมืองเรเวลสโตคที่มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเทพนิยายปรัมปรา ซึ่งกลายมาเป็นป่าแห่งเวทมนตร์เรเวลสโตค (Revelstoke Enchanted Forest) แต่กว่าจะสวยงามดังเช่นในปัจจุบันก้ต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์ป่าแห่งนี้กว่า 10 ปี เลยทีเดียว
ปัจจุบันดิ เอ็นชานท์ ฟอร์เรสได้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาดไปเยือนเใอมีโอกาสมาเที่ยวรัฐบริติชโคลัมเบีย โดยป่าเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี 1960 ภายในป่ามีการตกแต่งด้วยบ้านต้นไม้ ปราสาท กระท่อมไม้ น้ำตก ทะเลสาบ รูปปั้นเห็ดยักษ์และอื่นๆ รวมไปถึงจุดท่องเที่ยวอื่นๆที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้แล้วดิ เอ็นชานท์ ฟอร์เรสยังมีเส้นทางเดินป่าชมธรรมชาติอันเขียวชอุ่มที่รับรองว่าค้มค่าเหนื่อยแน่นอน
ดิ เอ็นชานท์ ฟอร์เรส ถือกำเนิดขึ้นจากดอริส นีดแฮม (Doris Needham) และสามีชื่อเออร์เนส ( Ernest) โดยเธอศิลปินชาวเมืองเรเวลสโตคที่มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเทพนิยายปรัมปรา ซึ่งกลายมาเป็นป่าแห่งเวทมนตร์เรเวลสโตค (Revelstoke Enchanted Forest) แต่กว่าจะสวยงามดังเช่นในปัจจุบันก้ต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์ป่าแห่งนี้กว่า 10 ปี เลยทีเดียว
ปัจจุบันดิ เอ็นชานท์ ฟอร์เรสได้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาดไปเยือนเใอมีโอกาสมาเที่ยวรัฐบริติชโคลัมเบีย โดยป่าเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี 1960 ภายในป่ามีการตกแต่งด้วยบ้านต้นไม้ ปราสาท กระท่อมไม้ น้ำตก ทะเลสาบ รูปปั้นเห็ดยักษ์และอื่นๆ รวมไปถึงจุดท่องเที่ยวอื่นๆที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้แล้วดิ เอ็นชานท์ ฟอร์เรสยังมีเส้นทางเดินป่าชมธรรมชาติอันเขียวชอุ่มที่รับรองว่าค้มค่าเหนื่อยแน่นอน
สระมรกต แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิต ไม่ไปไม่ได้แล้ว
หลายคนคงได้อ่านปฏิทินวันหยุดในปี 2013 ไปแล้วว่าปีนี้มีวันหยุดยาววันไหนบ้าง และก็คงวางแพลนกันไว้บ้างแล้วจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนกันดี แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้จะออกไปโลดแล่นหาชาร์จแบตฯ ที่ไหนดี วันนี้กระปุกท่องเที่ยวขอนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวสุดพิเศษอย่าง "สระมรกต" จังหวัดกระบี่ ไว้เป็นตัวเลือกในการวางแผนเที่ยวในปีนี้กันจ้า ก็แหม...สระมรกต เรียกว่าเป็นสุดยอดอันซีนในประเทศไทยก็ได้ เพราะมีแหล่งน้ำพุร้อนที่มีลักษณะเป็นสระน้ำร้อน น้ำใสเป็นสีเขียวมรกต แถมเดินทางยังสะดวกและไม่ไกลจากตัวเมืองกระบี่ ใช้เวลาท่องเที่ยวไม่นานก็เต็มอิ่ม
โดย สระมรกต ตั้งอยู่บริเวณป่าทุ่งเตียว ซึ่งจัดเป็นป่าที่ราบต่ำผืนสุดท้ายของประเทศไทย ที่มีพืชพรรณและสัตว์ป่าบางชนิดอาศัยอยู่ในป่านี้เท่านั้น เช่น นกแต้วแล้วท้องดำ นอกจากนี้ ยังมีความหลากหลายในลักษณะของป่าดงดิบชื้น โดยภายในป่าทุ่งเตียวมีการจัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เน้นการท่องเที่ยวแบบชมนกชมไม้สบาย ๆ ใช้เวลาท่องเที่ยวได้ตามใจชอบ จะครึ่งวันหรือหนึ่งเต็มวัน ซึ่งจุดเดินป่าที่น่าสนใจ คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทีนา โจลีฟฟ์ ที่ตั้งชื่อตาม คุณ ทีนา โจลีฟฟ์ ชาวอังกฤษ ผู้ริเริ่มในการอนุรักษ์ป่าดิบชื้น แถมยังเหมาะสำหรับคนรักการดูนกมากเลยค่ะ

ส่วนไฮไลท์ความมหัศจรรย์ของป่าทุ่งเตียว คือ สระมรกต สระน้ำธรรมชาติที่มีสีเขียวเหมือนมรกตขนาดใหญ่ รูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัส สีคล้ายน้ำทะเลฝั่งอันดามันเลยก็ว่าได้ กว้างประมาณ 25 เมตร ยาว 20 เมตร ระดับความลึก 1.5-2 เมตร ความใสทำให้มองเห็นพื้นหินข้างล่างได้ชัดเจน ซึ่งสระน้ำสีเขียวมรกตเป็นน้ำกระด้าง ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชและปลา จึงไม่มีสัตว์น้ำและพืชน้ำในสระนี้เลย
บริเวณรอบ ๆ สระมรกตยังก็มีศาลาให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ชมทิวทัศน์รวมถึงสะพานไม้ที่เชื่อมออกจากป่าสู่ศาลาริมน้ำ ซึ่งเราสามารถเพลิดเพลินกับการว่ายน้ำเล่น ในบรรยากาศแสนร่มรื่น พักผ่อนหย่อนใจริมสระ หรือจะไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมนกชมไม้ก็เพลิดเพลินเช่นกันค่ะ และสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติใกล้ชิด ทางเจ้าหน้าที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ก็อนุญาตให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์พักแรมเพื่อได้ใกล้ชิดธรรมชาติ
ทั้งนี้ สระมรกต เปิดให้ท่องเที่ยวได้เข้าไปเที่ยวชมความงามของธรรมชาติได้ทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 - 17.00 น. โดยอัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ชาวไทย 20 บาท ต่างชาติ 90 บาท เด็กชาวไทย 10 บาท ต่างชาติ 50 บาท เองค่ะ ไม่แพง...กระเป๋าไม่ฉีกแน่นอนค่ะ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานจังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ 0 7562 2163

การเดินทาง
สระมรกต เป็นส่วนหนึ่งของป่านอจู้จี้ ตั้งอยู่ในเขตบ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม ผืนป่าแห่งนี้อยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม สามารถเดินทางได้จากตัวเมืองกระบี่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 28 กิโลเมตร ตามเส้นทางกระบี่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปทางอำเภอเหนือคลอง จนถึงอำเภอคลองท่อม ถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอลำทับ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4038 ประมาณ 100 เมตร แล้วเลี้ยวขวาไปทางคลองท่อมใต้-ทับไทร อีกประมาณ 17 กิโลเมตร เดินเท้าอีกประมาณ 800 เมตร ก็ถึงสระมรกตแล้ว
โดย สระมรกต ตั้งอยู่บริเวณป่าทุ่งเตียว ซึ่งจัดเป็นป่าที่ราบต่ำผืนสุดท้ายของประเทศไทย ที่มีพืชพรรณและสัตว์ป่าบางชนิดอาศัยอยู่ในป่านี้เท่านั้น เช่น นกแต้วแล้วท้องดำ นอกจากนี้ ยังมีความหลากหลายในลักษณะของป่าดงดิบชื้น โดยภายในป่าทุ่งเตียวมีการจัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เน้นการท่องเที่ยวแบบชมนกชมไม้สบาย ๆ ใช้เวลาท่องเที่ยวได้ตามใจชอบ จะครึ่งวันหรือหนึ่งเต็มวัน ซึ่งจุดเดินป่าที่น่าสนใจ คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทีนา โจลีฟฟ์ ที่ตั้งชื่อตาม คุณ ทีนา โจลีฟฟ์ ชาวอังกฤษ ผู้ริเริ่มในการอนุรักษ์ป่าดิบชื้น แถมยังเหมาะสำหรับคนรักการดูนกมากเลยค่ะ
ส่วนไฮไลท์ความมหัศจรรย์ของป่าทุ่งเตียว คือ สระมรกต สระน้ำธรรมชาติที่มีสีเขียวเหมือนมรกตขนาดใหญ่ รูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัส สีคล้ายน้ำทะเลฝั่งอันดามันเลยก็ว่าได้ กว้างประมาณ 25 เมตร ยาว 20 เมตร ระดับความลึก 1.5-2 เมตร ความใสทำให้มองเห็นพื้นหินข้างล่างได้ชัดเจน ซึ่งสระน้ำสีเขียวมรกตเป็นน้ำกระด้าง ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชและปลา จึงไม่มีสัตว์น้ำและพืชน้ำในสระนี้เลย
บริเวณรอบ ๆ สระมรกตยังก็มีศาลาให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ชมทิวทัศน์รวมถึงสะพานไม้ที่เชื่อมออกจากป่าสู่ศาลาริมน้ำ ซึ่งเราสามารถเพลิดเพลินกับการว่ายน้ำเล่น ในบรรยากาศแสนร่มรื่น พักผ่อนหย่อนใจริมสระ หรือจะไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมนกชมไม้ก็เพลิดเพลินเช่นกันค่ะ และสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติใกล้ชิด ทางเจ้าหน้าที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ก็อนุญาตให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์พักแรมเพื่อได้ใกล้ชิดธรรมชาติ
ทั้งนี้ สระมรกต เปิดให้ท่องเที่ยวได้เข้าไปเที่ยวชมความงามของธรรมชาติได้ทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 - 17.00 น. โดยอัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ชาวไทย 20 บาท ต่างชาติ 90 บาท เด็กชาวไทย 10 บาท ต่างชาติ 50 บาท เองค่ะ ไม่แพง...กระเป๋าไม่ฉีกแน่นอนค่ะ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานจังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ 0 7562 2163
การเดินทาง
สระมรกต เป็นส่วนหนึ่งของป่านอจู้จี้ ตั้งอยู่ในเขตบ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม ผืนป่าแห่งนี้อยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม สามารถเดินทางได้จากตัวเมืองกระบี่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 28 กิโลเมตร ตามเส้นทางกระบี่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปทางอำเภอเหนือคลอง จนถึงอำเภอคลองท่อม ถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอลำทับ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4038 ประมาณ 100 เมตร แล้วเลี้ยวขวาไปทางคลองท่อมใต้-ทับไทร อีกประมาณ 17 กิโลเมตร เดินเท้าอีกประมาณ 800 เมตร ก็ถึงสระมรกตแล้ว
ที่มา http://travel.kapook.com/view56223.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



